เมื่อคนทำงาน ขอเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับ สินค้าและบริการ ที่พบเจอมา

อุปกรณ์และระบบการทำงานของเครื่องทำความเย็น

ระบบทำความเย็น มีส่วนสำคัญมากในการใช้เพื่อเก็บรักษาเสบียงอาหารให้สามารถเก็บไว้นานๆ โดยไม่เน่าเสีย ระบบความเย็นยังใช้ในการให้ความสะดวกสบายและความเย็น ซึ่งระบบทำความเย็นเป็นระบบหนึ่งที่สำคัญมาก จึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในระบบการทำงานของเครื่องทำความเย็น รวมถึงการใช้ การบำรุงรักษา การซ่อมทำที่สามารถจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

อุปกรณ์ต่างๆในระบบเครื่องทำความเย็น ประกอบไปด้วย

– คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ทำหน้าที่อัดน้ำยา ซึ่งดูดเข้ามาในสภาพที่เป็นไอให้มีความดันสูงขึ้นและกลายเป็นของเหลวบางส่วน น้ำยาจะร้อนขึ้นมากเนื่องจากถูกอัดให้มีความดันสูงขึ้น

– คอยล์ร้อน (Condenser) ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากน้ำยา ทำให้น้ำยาที่ยังเป็นไอกลั่นตัวเป็นของเหลว

– หม้อกรอง (Filter) ทำหน้าที่ดักเอาสิ่งสกปรกที่เป็นของแข็งซึ่งปะปนในน้ำยาออก เพื่อไม่ให้ไปอุดตันที่วาวล์ลดความดัน

– วาวล์หรือท่อสำหรับลดความดัน (Expansion Valve or Capillary Tube) ทำหน้าที่ลดความดันของน้ำยาลง นอกจากนี้วาวล์ยังทำหน้าที่ควบคุมอัตราการไหลของน้ำยาให้เหมาะสมกับอุณหภูมิความเย็นที่ต้องการ

– คอยล์เย็น (Evaporator) ทำหน้าที่เป็นช่องให้น้ำยาเดือดระเหยและรับความร้อนจากภายนอกป้อนให้น้ำยาเพื่อระเหยตัว ในตู้เย็นตามบ้าน คอยล์เย็นจะวิ่งอยู่รอบๆช่องแข็ง เป็นส่วนหนึ่งของผนังช่องแข็ง รับความร้อนจากในตู้เย็น ทำให้อากาศในตู้เย็นมีอุณหภูมิต่ำลง

– อุปกรณ์ช่วยต่างๆ (โดยทั่วไปจะติดตั้งด้าน Hot Gas ที่ถูกส่งมาจาก Compressor) ในระบบ

การทำงานของระบบทำความเย็น

เริ่มจาก Compressor จะทำหน้าที่ดูดน้ำยาจากสถานะที่เป็นก๊าซจาก Evaporator ซึ่งเป็นก๊าซความดันต่ำ Compressor จะอัดน้ำยาที่เป็นก๊าซนี้ให้มีกำลังดันสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้จุดเดือดของน้ำยาสูงขึ้นไปด้วย ก๊าซความดันสูงจาก  Compressor จะเข้าสู่  Oil Separator  เพื่อแยกน้ำมันหล่อลื่นที่อาจจะปะปนไปกับสารทำความเย็น และผ่านเข้าไปใน Condenser ในที่นี้ก๊าซร้อนความดันสูงก็จะถูกทำให้ควบแน่นเป็นของเหลว จากนั้นน้ำยาที่มีสถานะเป็นของเหลวความดันสูง จะถูกส่งผ่านเข้าไปเก็บในถังพักน้ำยาในถังเก็บน้ำยาจะมีน้ำยาทั้งสองสถานะปะปนอยู่ โดยส่วนที่เป็นของเหลวจะอยู่ด้านล่าง และส่วนที่เป็นก๊าซจะอยู่ด้านบน จากนั้นน้ำยาที่เป็นของเหลวอยู่อย่างเดียวที่ผ่านออกมาจากถังเก็บน้ำยาแล้วถูกจ่ายผ่าน  Dryer  เพื่อดูดความชื้นออกจากน้ำยา ผ่านเข้าไปใน  Expansion  Valve เพื่อควบคุมอัตราการไหลของน้ำยาทำความเย็นและทำให้ความดันลดลง เมื่อสารทำความเย็นผ่านเข้าไปใน  Evaporator  เพื่อทำหน้าที่ดูดรับความร้อนจากภายนอก ทำให้สารทำความเย็นภายในระบบระเหยเปลี่ยนสถานะเป็นก๊าซดูดรับความร้อนผ่านผิวท่อทางน้ำยา ซึ่งการเปลี่ยนสถานะนี้เป็นพลังงานความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ ที่จะทำให้อุณหภูมิโดยรอบ Evaporator  ต่ำลง ความเย็นที่ผลิตได้จะถูกส่งไปตามท่อลม ส่วนสารที่ทำความเย็นในสถานะก๊าซ มีความดันและอุณหภูมิต่ำจะถูกดูดเข้าสู่ Compressor  อีกครั้งหนึ่งเป็นการเริ่มการทำความเย็นใหม่

Thu, October 22 2015 » สินค้าบริการ, แนะนำการบริการที่น่าสนใจ » Comments Off on อุปกรณ์และระบบการทำงานของเครื่องทำความเย็น

ระบบทำความเย็นสามารถประยุกต์ใช้งานได้ทั้งในระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรม

1

ระบบทำความเย็นส่วนมากใช้ในการปรับอากาศเพื่อควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น การไหลเวียนคุณภาพ และความสะอาดของอากาศ รวมถึงการควบคุมเสียงรบกวน เพื่อให้เกิดความสบายและเป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้ที่ต้องทำงานในพื้นที่นั้นๆ นอกจากนี้ระบบทำความเย็นยังเข้ามามีความสำคัญในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งที่ต้องการความเย็นสำหรับเก็บรักษาอาหาร ให้มีความสดเป็นเวลานานการทำงานของระบบทำความเย็นจะใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก จากการสำรวจพบว่า ระบบปรับอากาศที่ใช้ในอาคารขนาดใหญ่ จะใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าครึ่งหนึ่งของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด เช่น โรงพยาบาล โรงแรม เป็นต้น และในส่วนของภาคอุตสาหกรรมนั้น ก็มีการใช้ระบบทำความเย็นใน กระบวนการผลิตต่างๆ เช่นกัน การจะสร้างระบบทำความเย็นได้นั้นต้องอาศัยหลักการ 2 อย่าง คือ การเดือดกลายเป็นไอของของเหลวและการถ่ายเทความร้อนออกจากไอของของเหลว ซึ่งของเหลวที่รับความร้อนแล้วเดือด กลายเป็นไอ และถ่ายเทความร้อนออกจากไอให้กลายเป็นของเหลว ของเหลวกลุ่มนี้เรียกว่าสารทำความเย็น (Refrigerant) สารทำความเย็นได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับ ในปัจจุบันมีหลายชนิดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม

ระบบทำความเย็นสามารถประยุกต์ใช้งานได้ทั้งในระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรมเช่นห้องเย็นที่อุณหภูมิต่างๆ ซึ่งมีตั้งแต่ความเย็นไม่สูงมากจนถึงอุณหภูมิต่ำมาก (แช่แข็ง)สำหรับห้องเย็นควรละลายน้ำแข็งที่คอยล์เย็น เพราะน้ำแข็งที่เกาะจะทำให้สมรรถนะของระบบลดลง(น้ำแข็งเกาะที่ผิวคอยล์ทำให้การถ่ายเทความร้อนลดลง) โดยสังเกตได้จากอุณหภูมิของอากาศที่ออกจากคอยล์เย็นจะสูงขึ้นคอมเพรสเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูงสุดในระบบทำ ความเย็น การควบคุมให้คอมเพรสเซอร์ทำงานที่ภาระเต็มพิกัดจะทำให้ประสิทธิภาพคอมเพรสเซอร์สูงสุด จากตัวอย่างดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นการเปรียบเทียบระหว่างระบบที่ใช้คอมเพรสเซอร์ขนาดใหญ่จำนวนชุดเดียว กับระบบที่ใช้คอมเพรสเซอร์หลายขนาดทำงานร่วมกัน การทำความเย็นสำหรับห้องเย็นควรตั้งอุณหภูมิการใช้งานให้สูงสุด โดยไม่กระทบต่อผลิตภัณฑ์จะทำให้อุณหภูมิที่อีวาพอเรเตอร์สูงขึ้น ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้ กล่าวคือ การตั้งอุณหภูมิห้องเย็นต่ำเกินไป จะทำให้ความดันที่อีวาพอเรเตอร์ลดต่ำลงด้วย ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ทำงานเพิ่มมากขึ้นจึงไม่เป็นการประหยัดพลังงาน ในทางกลับกันการตั้งอุณหภูมิห้องเย็นอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คอมเพรสเซอร์ทำงานในช่วงความดันแตกต่างไม่สูงเกินไปนัก รวมทั้งการวางแผนการเปิด-ปิดห้องเย็นที่ดี จะช่วยรักษาอุณหภูมิห้องเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Fri, October 2 2015 » สินค้าบริการ » Comments Off on ระบบทำความเย็นสามารถประยุกต์ใช้งานได้ทั้งในระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรม

องค์ประกอบและคุณสมบัติของเครื่องทำความเย็น

องค์ประกอบและคุณสมบัติของเครื่องทำความเย็น
ตู้เย็นและตู้แช่แข็งอาจแบ่งองค์ประกอบเป็นสองส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกเป็นตัวตู้ ซึ่งใช้เป็นที่เก็บวัตถุ และติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนที่สองเป็นระบบทำความเย็น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1. สารทำความเย็น เป็นสารที่สามารถเปลี่ยนสถานะไปมาระหว่างของเหลว และแก๊สได้ง่าย อาศัยการเปลี่ยนสถานะจากของเหลวไปเป็นแก๊ส เพื่อดูดความร้อน และคายความร้อนเมื่อเปลี่ยนสถานะจากแก๊สเป็นของเหลว
2. เครื่องอัด มีหน้าที่หลัก 2 ประการ คือทำหน้าที่ขับดันสารทำความเย็นให้ไหลเวียนไปในต่อต่างๆ ในระบบทำความเย็น และสร้างแรงดันต่อแก๊สทำความเย็นที่ออกมาจากเครื่องอัด ทำให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นจนกลายเป็นของเหลว ในปัจจุบันนิยมใช้เครื่องอัดแบบปิดมากกว่าแบบเปิด เพราะมีขนาดเล็กกว่า และสะดวกในการติดตั้งใช้งาน
3. เครื่องควบแน่น มีหน้าที่ถ่ายเทความร้อนจากแก๊สที่ถูกอัดออกมาจากเครื่องอัด ให้กับอากาศที่อยู่ภายนอกตู้เย็นหรือตู้แช่แข็ง แบงออกเป็น 2 ชนิด คือชนิดที่การถ่ายเทความร้อนอาศัยการ ไหลเวียนของอากาศที่มีความหนาแน่นต่างกัน มักพบในลักษณะของท่อยาวที่ขดไป มา ติดตั้งอยู่ด้านหลัง ด้านใต้ หรือฝังอยู่ในผนัง ของตู้เย็น ส่วนอีกชนิดหนึ่ง ใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อนออกจากแผงเครื่องควบแน่น ซึ่งมีลักษณะ เป็นแผงที่มีท่อขนาดเล็กขดไปมา ซ้อนกันหลายซั้นติดตั้งอยู่ใกล้ๆ เครื่องอัดพัดลมระบายความร้อน จะทำงานเฉพาะตอนที่เครื่องอัดทำงาน
4. สารดูดความชื้น บรรจุอยู่ในกระเปาะตัวทำให้แห้ง ซึ่งติดตั้งอยู่ระหว่างท่อของเครื่องอัดกับหลอดรูเล็ก มีหน้าที่ 3 ประการ คือเป็นแหล่งเก็บสารทำความเย็นในรูปของเหลวก่อนถูกดูดไปยังเครื่องระเหย กรองสิ่งสกปรกออกจากสารทำความเย็น และดูดความชื้นออกจากสารทำความเย็น
5. หลอดรูเล็ก เป็นท่อเล็กๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างเครื่องควบแน่นกับเครื่องระเหย มีความยาวตั้งแต่ 2-3 นิ้วจนถึงหลายฟุตขึ้นอยู่กับสารทำความเย็นที่ใช้ และอุณหภูมิที่ต้องการ รูขนาดเล็กของหลอดทำหน้าที่สร้างความแตกต่างของความดันที่เครื่องควบแน่นและเครื่องระเหย และควบคุมสารทำความเย็นให้ไหลในระบบในปริมาณที่เหมาะสม
6. เครื่องระเหย ใช้สำหรับดัดความร้อนออกจากอากาศ และวัตถุที่อยู่บริเวณรอบๆ นิยมใช้แบบขยายตัวโดยตรงทำให้ท่อของเครื่องระเหยมีขนาดใหญ่กว่าหลอดรู เล็กมากทำให้ความดันของสารทำความเย็นลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อผ่านมาที่ท่อของเครื่องระเหย
7. หม่อสะสม อาจพบในตู้เย็น หรือตู้แช่แข็งบางแบบ มีลักษณะเป็นกระเปาะที่ต่ออยู่ระหว่างท่อของเครื่องระเหยที่กลับสูเครื่องอัด มีหน้าที่เหมือนตัวทำให้แห้ง คือช่วยกรอง สิ่งสกปรกและดูดความชื้น และป้องกันสารทำความเย็นที่เป็นของเหลวไหลกลับสูเครื่องอัด
8. ท่อระบายความร้อน เป็นท่อที่ต่อระหว่างท่อของเครื่องระเหยกับทอ ดูดกลับของเครื่องอัด แต่เดินท่อให้ติดขนานไปกับหลอดรูเล็กเพื่อช่วยลดความร้อนของสารทำความเย็นในหลอดรูเล็กก่อนไหลไปสูเครื่องระเหย
9. ท่อลดอุณหภูมิของน้ำมันหล่อลื่น นิยมใช้กับเครื่องอัดชนิดโร ตารี เพื่อลดอุณหภูมิของน้ำมันหล่อลื่น เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำมันหล่อลื่นไปอุดตันในท่อ ของระบบความเย็น น้ำมันจะถูกดันออกมาจากเครื่องอัดไปตามท่อลดอุณหภูมินอกเครื่องอัด แล้วไหลเวียนกลับสูเครื่องอัดอีกด้านหนึ่งเป็นผลให้อุณหภูมิของน้ำมันหล่อลื่นไมสูงมากเกินไป
10. ตัวแยกน้ำมัน นิยมติดตั้งเพิ่มเติมเข้าไปในระบบทาความเย็นที่ต้องการอุณหภูมิต่ำ ใช้สารทำความเย็นที่ไม่รวมตัวกับน้ำ และใช้เครื่องระเหยแบบป้องกันน้ำมันไหลกลับ โดยต่อตัวแยกน้ำมันที่ท่อส่งแก๊สทำความเย็นความดันสูง ออกจากเครื่องอัดไปยังเครื่องควบแน่น การแยกน้ำมันอาศัยหลักการที่น้ำมันหนักมากกว่าสารทำความเย็นจึงรวมตัวแยกเป็นชั้นอยู่ ด้านล่างของตัวแยกน้ำมันแล้วไหลกลับสู่เครื่องอัด
11. อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ มีหน้าที่รักษาอุณหภูมิของตู้เย็น หรือตู้แช่แข็งให้ได้ ตามต้องการโดยมีความสม่ำเสมอของอุณหภูมิทั่วตู้ทำความเย็น
12. ระบบละลายน้ำแข็ง ในขณะที่ระบบทำความเย็นทำงาน น้ำหรือความชื้นจากวัตถุต่างๆ ในตู้ทำความเย็นจะเกาะที่เครื่องระเหย ทำให้ประสิทธิภาพในการถ่ายเทความ ร้อนลดลง จึงจำเป็นต้องมีระบบละลายน้ำแข็งที่เครื่องระเหย
13. อุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ของเครื่องอัด มอเตอร์ที่ใช้ในเครื่องอัดส่วนใหญ่เป็นแบบเหนี่ยวนำ เพราะมีโครงสร้างง่ายๆ และมีราคาถูก มอเตอร์ประกอบด้วยขดลวด 2 ชุด ชุดแรกเป็นขดลวดเริ่มหมุน ชุดที่สองเป็นขดลวดใช้งานเมื่อเริ่มทำงานขดลวดทั้งสองได้รับกระแสไฟฟ้าพร้อมๆ กัน
14. สัญญาณเตือนต่างๆ อาจพบอยู่ในรูปของแสงหรือเสียง เพื่อแสดงการทำงาน หรือการไม่ทำงานของพัดลม เครื่องอัด การละลายน้ำแข็ง เป็นต้น

Fri, August 21 2015 » สินค้าบริการ » Comments Off on องค์ประกอบและคุณสมบัติของเครื่องทำความเย็น

วิวัฒนาการเทคโนโลยีของระบบกำจัดกลิ่นในตู้เย็น

ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับอาหาร มีไว้เพื่อเก็บรักษาอาหารของเราให้มีคุณภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด ดังนั้นเมื่อใช้ไปในระยะเวลานานๆ จึงไม่แปลกที่ตู้เย็นของเราจะมีกลิ่นอับที่เกิดจากอาหารอยู่เป็นธรรมดา แต่หากเราไม่ได้มีการทำความสะอาด หรือ ตู้เย็นของเราไม่มีระบบในการจำกัดกลิ่นแล้ว เมื่อมีกลิ่นอับจากอาหารสะสมนานเข้า ทำให้เกิดเชื้อโรคและแบคทีเรียที่จะทำให้อาหารของเราหมดอายุเร็วขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เรื่องของกลิ่นเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เลย ซึ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีวิวัฒนาการและเปลี่ยนแปลงในเรื่องของวิธีการกำจัดกลิ่นก้าวไกลไปอย่างมาก ซึ่งวันนี้ ไปดูวิธีการจำกัดกลิ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกัน

วิวัฒนาการของการกำจัดกลิ่นในตู้เย็น
– การกำจัดกลิ่นของตู้เย็นในยุคแรกๆ ที่ยังไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีมากมายอย่างทุกวันนี้ ใช้วิธีการกำจัดกลิ่นด้วยภูมิปัญญาแบบชาวบ้าน โดยใช้ถ่านใส่ลงในภาชนะ แล้วนำไปวางทิ้งไว้ในตู้เย็นเป็นระยะเวลา 5 วัน เพื่อดูดซับกลิ่นให้หมดไป วิธีนี้เป็นวิธีที่ยังมีใช้กันจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ก็ยังมีผลเสียอยู่ เพราะหากตู้เย็นไม่มีระบบในการกำจัดกลิ่นออกจากตู้เย็น และยังคงมีกลิ่นตกค้างอยู่ จะยิ่งทำให้อาหารหมดอายุเร็วขึ้นกว่าเดิม แถมวิธีนี้ยังใช้เวลาในการกำจัดกลิ่นค่อนข้างนานอีกด้วย
– ในยุคต่อมา มีการพัฒนาให้ตู้เย็นมีระบบทำความเย็นเพิ่มขึ้น ซึ่งระบบทำความเย็นนี้นอกจากจะเป็นส่วนที่ช่วยให้อาหารมีความสดใหม่อยู่เสมอแล้ว ยังช่วยในการลดและกำจัดกลิ่นได้อีกด้วย แต่หากตู้เย็นมีแต่ระบบทำความเย็น แต่ไม่มีแผ่นกรองอากาศแล้ว ส่วนใหญ่จะช่วยได้เพียงแค่ลดกลิ่นอับซะมากกว่า ซึ่งไม่ทำให้กลิ่นอับนั้นหมดไป
– หลังจากนั้นมาตู้เย็นก็ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนมีการพัฒนาตู้เย็นที่มีทั้งระบบทำความเย็น และมีแผ่นกรองอากาศมาด้วย แต่แผ่นกรอกอากาศก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้กลิ่นอับ เชื้อโรค และแบคทีเรียเหล่านี้หมดไป เพราะยังไม่มีระบบฟอกอากาศให้อากาศภายในตู้เย็นกลับมาสะอาดพร้อมใช้งานเหมือนเดิม
– จนมาถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาตู้เย็นที่มีระบบทำความเย็นและมีการนำเทคโนโลยีแผ่นกรอกอากาศ HYGIENE FRESH+ ที่มีแผ่นกรอกถึง 5 ชั้นเข้ามาช่วยในการกำจัดกลิ่น เชื้อโรค และแบคทีเรียให้หมดไป ซึ่งการทำงานของทั้ง 5 ชั้นนี้จะมีการทำงานที่แตกต่างกันออกไปเพื่อช่วยให้อากาศภายในตู้เย็นเหมาะสมในการเก็บรักษาอาหารเหมือนเคย โดยแผ่นกรอกชั้นที่ 1 และ 4 จะมีการเคลือบสาร “Photocatalyst” ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับแผ่นกรอกชั้นที่ 5 ที่นำเทคโนโลยี UV LED ที่จะช่วยกำจัดเชื้อโรค และแบคทีเรียให้หมดไป ส่วนในแผ่นกรอกชั้นที่ 2 และ 3 จะช่วยในเรื่องของการกำจัดกลิ่นโดยตรง เพียงเท่าปัญหาในเรื่องกลิ่นอับภายในตู้เย็นก็หมดไป แถมยังช่วยในการกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ถึง 99.99% อีกด้วย

Mon, July 13 2015 » สินค้าบริการ » Comments Off on วิวัฒนาการเทคโนโลยีของระบบกำจัดกลิ่นในตู้เย็น

เคล็ดลับการเก็บอาหารในตู้เย็นได้นาน ๆ

สำหรับเคล็ดลับจัดระเบียบตู้เย็น เพื่อให้ความเย็นกระจายได้อย่างทั่วถึง ที่สำคัญเพื่อให้ประหยัดไฟ มีด้วยกันดังนี้

– รักษาระดับอุณภูมิในตู้เย็นไม่ควรสูงกว่า 40 องศาฟาเรนไฮต์ ควรจะอยู่ประมาณ 36-38 องศาฟาเรนไฮต์ เพราะเป็นอุณหภูมิที่เย็นพอจะรักษาและยืดอายุอาหารให้อยู่ได้นานขึ้น ไม่เน่าเสียก่อนเวลาที่ควร

– จัดวางของตามโซนที่เหมาะสม ควรแช่ของให้ถูกโซนความเย็นด้วย อาหารประเภทเนื้อสัตว์ หรืออาหารที่เน่าเสียง่ายควรจะแช่ในช่องใต้ช่องแช่แข็ง

– แช่อาหารเพื่อสุขภาพให้เห็นชัด ๆ เพราะจะช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้มากขึ้น ฉะนั้นควรจัดวางอาหารเพื่อสุขภาพ หรืออาหารที่มีประโยชน์ไว้ในตำแหน่งที่สังเกตเห็นได้ง่าย

– ของเก่าเอาไว้ด้านหน้า ได้แก่อาหารที่ใกล้หมดอายุก็ควรนำมาวางไว้ในส่วนหน้าของตู้เย็นด้วย เพื่อให้นึกถึงและนำออกมารับประทานก่อนที่มันจะเสียไป

– แยกประเภทอาหารเป็นสัดส่วน เช่น เนื้อสัตว์ก็เก็บแยกไว้ในกล่องหนึ่ง ผักก็ใส่อีกกล่อง ผลไม้ก็แยกไว้ นมกล่อง หรือน้ำผลไม้ก็ใส่ในกล่องเล็ก ๆ เพียงเท่านี้ก็หมดกังวลเรื่องคราบอาหารเปอะเปื้อนในตู้เย็นแล้วล่ะ

– แพ็กเป็นชุด เพื่อประหยัดพื้นที่ในตู้เย็นให้จัดเก็บของได้มากขึ้น อีกทั้งเวลาจะหยิบมารับประทานก็เพิ่มความสะดวกได้ไม่น้อยเลยนะ

– ติดป้ายกันสับสน โดยใช้โพสต์อิทมาเขียนชนิดอาหาร แล้วแปะติดหน้ากล่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการหยิบอาหารมารับประทาน วิธีนี้จะช่วยให้ประหยัดเวลามากขึ้นอีกด้วย

– อย่าแช่ของในตู้เย็นมากเกินไป เพราะความเย็นจะได้กระจายได้อย่างทั่วถึง ถ้าของในตู้เย็นมีเยอะมากจริง ๆ ก็ต้องจัดระเบียบให้พอมีช่องว่างให้อากาศไหลเวียนได้

– รองกันกระแทก จะได้ช่วยลดการกระแทกเสียดสีระหว่างผักผลไม้กับพลาสติกได้

– อย่าแช่ขวดน้ำในแนวนอน เพราะฝาขวดอาจมีโอกาสเปิดออกหรือฝาอาจหลวมได้ ทำให้ออกซิเจนผ่านเข้าไปในขวด ทำให้เครื่องดื่มเน่าเสียได้

– เก็บผักผลไม้ในถุงสุญญากาศ จะมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้น แถมยังคงความสดใหม่ได้เกือบครบถ้วน ดังนั้นหากอยากเก็บรักษาผักผลไม้ให้สดใหม่ได้นาน ๆ ก็หาซื้อถุงซีลสุญญากาศมาไว้ใช้เก็บผักและผลไม้ไว้

–  ป้องกันกลิ่นเหม็น โดยนำผงเบกกิ้งโซดาใส่ขวดขนาดเล็ก เปิดฝาและนำไปแช่ด้านในสุดของตู้เย็น หรือซื้อถ่านดูดกลิ่นที่มีขายอยู่ทั่วไปในตลาด มาใส่ในตู้เย็น

– ล้างตู้เย็นอยู่เสมอ เพื่อป้องกันอาหารเน่าเสียคาตู้ จนเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรค

ดังนั้น ตู้เย็นเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นสำคัญภายในบ้าน ที่ต้องเสียบปลั๊กให้ทำงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เก็บรักษาอาหารให้อยู่ได้นาน ๆ และมีความสดใหม่ ดังนั้นอย่าลืมทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ เพื่อให้อาหารที่อยู่ในตู้เย็นจะได้สดใหม่ และที่สำคัญเพื่อประหยัดไฟในบ้านด้วย

Sat, June 27 2015 » สินค้าบริการ » Comments Off on เคล็ดลับการเก็บอาหารในตู้เย็นได้นาน ๆ